Sutheewittaya

Sutheewittaya

โรงเรียนสุธีวิทยา เป็นโรงเรียนประจำอำเภอพระพุทธบาท โดยมีชื่อ ตามสมณศักดิ์ของ “พระสุธีคณาจารย์” (พระธรรมรัตนากร) อดีตเจ้าอาวาส วัดพระพุทธบาท ในครั้งแรก ได้ใช้อาคารของวัด เป็นที่เรียน มีนักเรียนจำนวน 44 คน เมื่อสร้างอาคารเรียนแล้ว ได้ตกลงแลกเปลี่ยน อาคารเรียน กับโรงเรียนประชาสงเคราะห์รังสรรค์ ซึ่งอยู่ใกล้ๆกัน แต่มีเนื้อที่น้อยกว่า
สีประจำโรงเรียน คือ สี ม่วง – เหลือง
พระพุทธรูปประจำโรงเรียน คือ พระมิ่งมงคล
คติพจน์ของโรงเรียน คือ “นตฺถิ ปญฺญฺา สมา อาภา” มีความหมายว่า “แสงสว่างใดเสมอด้วยปัญญา ไม่มี”
โรงเรียนสุธีวิทยามีสถานที่ที่ให้นักเรียนได้พักผ่อนยามว่าง มีลานกว้างๆ ให้นักเรียนได้ทำกิจกรรมผ่อนคลายกัน มีทั้งสนามบาสเกตบอล และก็สนามกีฬาซึ่งอยู่ด้านข้างของโรงเรียนให้นักเรียนได้ออกกำลังกาย และได้ใช้ในการแข่งขันกีฬา-กรีฑาภายในโรงเรียนด้วย โรงเรียนสุธีวิทยามีนักเรียนที่เป็นนักกีฬาหลายคนที่ได้เป็นตัวแทนจังหวัดไปแข่งขันกีฬาต่างๆ และก็ได้เหรียญมาด้วย ซึ่งก็ได้มีการสนับสนุนจากทางโรงเรียนด้วยจึงทำให้มีนักกีฬาที่เก่ง นักเรียนที่เป็นนักกีฬาก็ไม่ทิ้งการเรียน ถ้ามีการแข่งขันในวันเปิดเรียนก็จะขอเวลาในการเรียนเพื่อไปแข่งกีฬาและก็จะมีเพื่อนคอยจดงานไว้ให้ ถ้ามีงานหรือการบ้านที่ไม่เข้าใจเพื่อนก็จะช่วยสอนช่วยติวให้ ดังนั้นจึงไม่ค่อยมีปัญหาเกี่ยวกับการเรียนเพราะมีเพื่อนคอยช่วยหรือเพราะว่าโรงเรียนคอยสอนให้นักเรียนมีความสามัคคี คอยช่วยเหลือซึ่งกันและกัน ส่วนด้านวิชาการก็มีนักเรียนได้ร่วมแข่งขันทักษะทางวิชาการด้วย โรงเรียนสุธีไม่ได้มีดีแค่เรื่องนี้ เพราะว่าในแต่ละกลุ่มสาระก็จะมีนักเรียนที่เก่งๆอยู่ด้วย เช่น วิชานาฏศิลป์ก็จะมีละครโรงเล็กซึ่งได้ไปแสดงที่เมืองทองธานี กรุงเทพฯ หรือวิชาภาษาต่างประเทศก็มีศูนย์ AFS ที่มีนักเรียนแลกเปลี่ยนจากต่างประเทศมาที่โรงเรียนนี้เพื่อศึกษาวัฒนธรรมของประเทศเรา แต่ก็มีเรื่องของกีฬาที่จะมีนักกีฬาที่ได้เป็นตัวแทนระดับจังหวัดมาแล้วหลายคน ซึ่งตอนนี้ก็ยังมีอยู่ และก็มีศิษย์เก่าหลายคนที่จบจากโรงเรียนสุธีวิทยาไปแล้วได้ดีก็มีเยอะ ได้เป็นทั้งหมอเก่งๆ เป็น ดร. ก็มี ศิษย์เก่าของโรงเรียนสุธีนี้ก็ได้ดีในเรื่องของกีฬาเหมือนกัน ได้ทั้งเป็นตัวแทนระดับประเทศก็มี โรงเรียนสุธีวิทยาได้สอนให้นักเรียนมีความรัก ความสามัคคีกัน อย่างที่คุณครูทุกท่านได้สอนว่า “สามัคคี สุธีเป็นหนึ่ง”

อาชีพเภสัชกร

images
เภสัชกร (อังกฤษ: pharmacist) คือผู้ที่มีวิชาชีพทางด้านสาธารณสุข (health profession) มีหน้าที่จ่ายยา ให้ผู้ป่วย แนะนำการใช้ยา ติดตามการใช้ยาในผู้ป่วย และเป็นผู้ผลิตยา เภสัชกรจะต้องเป็นผู้มีความรู้ความสามารถหลายสาขาโดยเฉพาะอย่างยิ่งทางด้านการแพทย์ไม่ว่าจะเป็นทางด้านคลินิก โรงพยาบาล และเภสัชชุมชนซึ่งจะต้องเป็นมาตรฐานเดียวกันทั่วโลก ทางเลือกหนึ่งของวิชาชีพเภสัชกรคือการปฏิบัติงานในร้านขายยาซึ่งส่วนใหญ่จะเป็นเจ้าของร้านเอง (small business) ในงานด้านนี้เภสัชกรนอกจากจะมีความชำนาญในธุรกิจร้านค้าแล้วยังมีความรู้และข้อมูลการใช้ยาทั้งประสิทธิภาพและผลข้างเคียงของยา ตลอดจนการให้ข้อมูลความรู้ให้คำปรึกษาการใช้ยาแก่ชุมชนด้วย เภสัชกรบางครั้งเรียกว่านักเคมี เพราะในอดีตมีการให้ผู้สำเร็จการศึกษาในวิชาเคมีสาขาเภสัชกรรม (Pharmaceutical Chemistry (PhC)) มาเป็นเภสัชกรซึ่งเรียกกันว่านักเคมีเภสัชกรรม (“Pharmaceutical Chemists”) โดยเฉพาะในประเทศอังกฤษ เช่น เครือข่ายร้านขายยาของบู๊ตส์เรียกเภสัชกรของบู๊ตส์ว่า “นักเคมีบูตส์” (‘Boots The Chemist’)
คุณสมบัติของเภสัชกร

สำเร็จการศึกษาระดับปริญญาตรีขึ้นไปในสาขาเภสัชศาสตร์
มีสุขภาพกายและจิตดี ไม่พิการ ไม่ตาบอดสี มีมนุษย์สัมพันธ์ มีความเป็นผู้นำเพราะอาจทำงานร่วมกับผู้อื่นโดยเฉพาะในงานการผลิต มีบุคลิกภาพดี
รักในอาชีพ มีความรับผิดชอบสูง
มีความสนใจในวิชาวิทยาศาสคร์ เคมีชีววิทยา และสอบได้คะแนนดีในวิชาเหล่านี้
ชอบค้นคว้า ทดลอง ใช้ปัญญาในการวิเคราะห์
ละเอียด รอบคอบ ช่างสังเกต
มีความซื่อสัตย์
ชอบการท่องจำ เพราะต้องจำชนิด ส่วนประกอบของยา ชื่อยาและชื่อสารเคมีในการรักษาโรค ชื่อและประโยชน์ของต้นไม้ที่มียา

ความต้องการขั้นพื้นฐานสำหรับการจดทะเบียน (registration) เป็นเภสัชกรรับอนุญาตจะต้องเป็น ผู้ที่เรียนจบจากคณะเภสัชศาสตร์ในมหาวิทยาลัยต่าง ๆ ซึ่งจะได้รับปริญญาดังนี้

เภสัชศาสตรบัณฑิต(ภบ) (Bachelor of Pharmacy (BPharm))
เภสัชศาสตรมหาบัณฑิต(ภม) (Master of Pharmacy (MPharm))
เภสัชบริบาลศาสตรบัณฑิต (ภบ.บ.) หรือ เภสัชศาสตรบัณฑิต(ภบ) (บริบาลเภสัชกรรม) (Doctor of Pharmacy (PharmD))

ระยะเวลาที่ใช้ในการสำเร็จการศึกษาจแตกต่างในแต่ละประเทศดังนี้

ประเทศไทยใช้เวลา 5 ปี ได้ ภบ (BPharm) หรือเรียน 6 ปี ได้ ภบบ (PharmD)
สหภาพยุโรป (European Union) รวมถึงสหราชอาณาจักร เดิมเรียน 4 ปีได้ ภบ (BPharm) ปัจจุบันถูกแทนที่ด้วยเรียน 4 ปี ได้ ภม (MPharm) เลย
ประเทศออสเตรเลียใช้เวลา 4 ปี ได้ ภบ (BPharm) ต่ออีก 2 ปีได้ ภม (MPharm)
สหรัฐอเมริกาใช้เวลา 4 ปี ได้ ภบ (BPharm) ต่ออีก 2 ปีได้ ภบบ (PharmD) มีฐานะเทียบเท่า พบ (medical doctor (MD))

หลักสูตรการเรียนเภสัชศาสตร์

หลักสูตรมาตรฐานที่ใช้เรียนในคณะเภสัชศาสตร์ของมหาวิทยาลัยต่าง ๆ มีดังนี้

เภสัชภัณฑ์ (Pharmaceutics)
เภสัชเคมี (Pharmaceutical chemistry หรือ Medicinal chemistry)
เภสัชวิเคราะห์ (Pharmaceutical analysis)
เภสัชวิทยา (Pharmacology)
พิษวิทยา (Toxicology)
จุลชีววิทยา (Microbiology)
เคมี (Chemistry)
ชีวเคมี (Biochemistry)
เภสัชพฤกษศาสตร์ (Pharmaceutical Botany)
เภสัชวินิจฉัย (Pharmacognosy)
เภสัชอุตสาหกรรม (Industrial Pharmacy)
สรีรวิทยา (Physiology)
กายวิภาคศาสตร์ (Anatomy)
อาหารเคมี (Foods Science)
เภสัชกรรม (Pharmacy)
กฎหมายยา (Pharmacy law)
เภสัชจลนศาสตร์ (Pharmacokinetics)
เภสัชพลศาสตร์ (Pharmacodynamics)
ปฏิบัติการเภสัชกรรม (Pharmacy practice) ประกอบด้วย ปฏิกิริยาระหว่างยา, การติดตามผลการใช้ยา (medicine monitoring) การบริหารการใช้ยา (medication management)
บริบาลเภสัชกรรม (Pharmaceutical care)บูรณาการด้านการใช้ยากับผู้ป่วย และดูแลติดตามผู้ป่วยอย่างใกล้ชิด

การจดทะเบียนเป็นเภสัชกร

เพื่อให้เกิดความปลอดภัยในการใช้ยาแก่ประชาชนทั่วไป ประเทศต่าง ๆ จึงได้กำหนดบุคคลที่จะมาเป็นเภสัชกรจะต้องถูกฝึกอบรมมาอย่างถูกต้องและพอเพียงโดยการจดทะเบียน ซึ่งผู้ที่ได้รับการจดทะเบียนจะต้องมีคุณสมบัติและผ่านการสอบ ดังนี้

ประเทศไทย ผู้ที่ผ่านการศึกษาเภสัชศาสตร์ และต้องการจะได้รับการจดทะเบียนเป็นเภสัชกร ต้องผ่านการสอบรับใบอนุญาตประกอบวิชาชีพเภสัชกรรม จากสภาเภสัชกรรม ก่อน
ประเทศอังกฤษ ผู้ที่ผ่านการศึกษาเภสัชศาสตร์และต้องการจะได้รับการจดทะเบียนเป็นเภสัชกร จะต้องฝึกงานทางด้านเภสัชกรรมอย่างน้อย 1 ปี ก่อนสอบรับใบอนุญาตจากสมาคมเภสัชกรรมอังกฤษ (Royal Pharmaceutical Society of Great Britain)
สหรัฐอเมริกา ผู้ที่ผ่านการศึกษาเภสัชศาสตร์และต้องการจะได้รับการจดทะเบียนเป็นเภสัชกร จะต้องการสอบ 2 ด่าน ดังนี้
การสอบแนปเพลกซ์ (North American Pharmacist Licensure Examination-NAPLEX)
การสอบแนบพ์ (National Association of Boards of Pharmacy-NABP)

หน้าที่ของเภสัชกร

ส่วนมากเภสัชกรจะพบกับผู้ป่วยในจุดแรกด้วยการสอบถามปัญหาเกี่ยวกับสาธารณสุขพื้นฐานโดยเฉพาะเกี่ยวกับยา การใช้ยา ผลข้างเคียงของยา ฯลฯ ดังนั้นหน้าที่ของเภสัชกรจึงคอนข้างกว้างซึ่งพอสรุปได้ดังนี้

บริหารงานเกี่ยวกับการใช้ยาในทางคลินิก (clinical medication management)
การเฝ้าติดตามสถานการณ์ของโรคเฉพาะ (specialized monitoring) ที่เกี่ยวกับยาและผลของยาทั้งโรคธรรมดาและซับซ้อน
ทบทวนการใช้ยาอย่างละเอียดถี่ถ้วน (reviewing medication regimens)
ติดตามการรักษาโรคอย่างต่อเนื่อง (monitoring of treatment regimens)
ติดตามดูแลสุขภาพอนามัยทั่วไปของผู้ป่วย (general health monitoring)
ปรุงยา (compounding medicines)
ให้คำปรึกษาเกี่ยวกับสุขภาพอนามัยทั่วไป (general health advice)
ให้การศึกษาแก่ผู้ป่วยเป็นการเฉพาะ (specific education) เกี่ยวกับสถานการณ์ของโรคและการรักษาด้วยยา
ตรวจสอบเพื่อป้องกันความผิดพลาดในการจ่ายยา (dispensing medicines)
ดูแลจัดเตรียม(provision)ยาที่ไม่ต้องมีใบสั่งแพทย์(non-prescription medicines)
ให้คำปรึกษาและแนะนำผู้ป่วยถึงการใช้ยาให้มีประสิทธิภาพสูงสุด(optimal use of medicines)
แนะนำและรักษาโรคพื้นๆทั่วไป(common ailments)
ส่งต่อผู้ป่วยไปยังวิชาชีพสาธารณสุขอื่นที่ตรงกับโรคของผู้ป่วยมากกว่าถ้าจำเป็น
จัดเตรียมปริมาณยา (dosing drugs) ในผู้ป่วยตับและไตล้มเหลว
ประเมินผลการเคลื่อนไหวของยาในผู้ป่วย (pharmacokinetic evaluation)
ให้การศึกษาแก่แพทย์ (education of physicians) เกี่ยวกับการใช้ยาอย่างถูกต้อง
ร่วมกับวิชาชีพทางด้ายสาธารณสุขอื่นในการสั่งยา (prescribing medications) ให้คนไข้ในบางกรณี
ดูแล จัดเตรียม จัดหา และรักษาเภสัชภัณฑ์ให้อยู่สภาพพร้อมใช้งาน (pharmaceutical care)

สาขาวิชาชีพเภสัชกรรม

สาขาวิชาชีพเภสัชกรรมพอจำแนกได้ดังนี้:

เภสัชกรคลินิก (Clinical pharmacist)
เภสัชกรชุมชน (Community pharmacist)
เภสัชกรโรงพยาบาล (Hospital pharmacist)
เภสัชกรที่ปรึกษาการใช้ยา (Consultant pharmacist)
เภสัชกรสุขภาพอนามัยทางบ้าน (Home Health pharmacist)
เภสัชกรบริหารข้อมูลยา (Drug information pharmacist)
เภสัชกรสารวัตรยา (Regulatory-affairs pharmacist)
เภสัชกรอุตสาหกรรม (Industrial pharmacist)
เภสัชกรวิทยาศาสตร์การแพทย์ (Medical science pharmacist)

การกระทำผิดทางคอมพิวเตอร์

คุก21ปีแฮกเกอร์ข้อมูลลับเอทีเอ็มลูกค้าใบโพธิ์
แหล่งที่มา หนังสือพิมพ์เดลินิวส์
ประจำวันที่ วันพฤหัสบดีที่ 24 พฤษภาคม 2555 เวลา 19:59 น.

คุก 21ปีเศษแฮกเกอร์แสบล้วงข้อมูลลับบัตรเอทีเอ็มลูกค้าแบงก์ใบโพธิ์ โอนเงินกว่า 3 แสนไปจ่ายหนี้ รับสารภาพเหลือติด10 ปี เศษพร้อมคืน3.6แสนให้ผู้เสียหาย
116308

เนื้อหาข่าว
นายภาณุพัฒน์ เพ็ญพัฒน์ ฤกษ์เสริมสุข อายุ 30 ปี ชาว จ.นครนายก เป็นจำเลยในความผิดฐานเข้าระบบและข้อมูลคอมพิวเตอร์ที่มีมาตรการป้องกัน ทำลายแก้ไข เปลี่ยนแปลงเพิ่มเติม ทำให้เกิดความเสียหาย ,ใช้บัตรอิเล็กทรอนิกส์ของผู้อื่นโดยมิชอบ ,ลักทรัพย์ในเวลากลางคืน โดยจำเลยบังอาจใช้ข้อมูลหมายเลข 16 หลัก ที่ปรากฏบนหน้าบัตร เอทีเอ็ม พร้อมรหัสลับที่ใช้ถอนเงินของธนาคารไทยพาณิชย์ จำกัด(มหาชน) ผู้เสียหายที่ออกให้แก่ลูกค้าซึ่งเป็นผู้เสียหายอีก 4 ราย แล้วจำเลยนำไปสมัครขอใช้บริการ SCB EASY NET โดยกำหนดชื่อประจำตัว และรหัสผ่านด้วยตนเองตามขั้นตอนและวิธีการที่ ธนาคารฯ กำหนด เป็นเหตุให้ธนาคารฯหลงเชื่อว่าจำเลยเป็นผู้เสียหาย4 ราย จึงออกชื่อประจำตัวผู้ใช้ให้ จากนั้นจำเลยได้นำชื่อประจำตัวของผู้เสียหาย และรหัสผ่านไปโอนเงินจากบัญชีผู้เสียหายเพื่อใช้ชำระค่าสินค้า หรือบริการทางอินเตอร์เน็ตหลายครั้งซึ่งเป็นร้านค้าต่างประเทศรวม 4 ครั้ง เป็นเงิน 368,800 บาท ต่อมาตำรวจกองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรรมทางเทคโนโลยี (ปอท.)ติดตามจับกุมได้ พร้อมให้การรับสารภาพ เหตุเกิดที่แขวงเขต- จตุจักร กรุงเทพฯ และที่อื่นเกี่ยวพันกัน
กระทำผิดมาตรตรา
กระทำผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 269/5 ประกอบมาตรา269/7 ,334,335 พ.ร.บ.ว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ พ.ศ.2550 มาตรา 5,7,9
บทลงโทษในการกระทำผิด
ศาลตัดสินบทลงโทษฐานใช้บัตรอิเล็กทรอนิกส์ของผู้อื่นโดยมิชอบ 5 กระทง จำคุกกระทงละ 9 เดือน เป็นจำคุก 3 ปี 9 เดือน ฐานเข้าถึงโดยมิชอบซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์ที่มีมาตรการป้องกัน ทำลายแก้ไข เปลี่ยนแปลงเพิ่มเติม ทำให้เกิดความเสียหายฯ 4 กระทง จำคุกกระทงละ 2 ปี เป็นจำคุก 8 ปี และฐานลักทรัพย์ฯ จำคุกกระทงละ 2 ปี 5 กระทง เป็นจำคุก 10 ปี รวมจำคุก 21 ปี 9 เดือน คำรับสารภาพเป็นประโยชน์ลดโทษให้กึ่งหนึ่งคงจำคุกจำเลย 10 ปี 10 เดือน 15 วัน และให้จำเลยชดใช้เงินคืน 368,800 บาทแก่ผู้เสียหายด้วย.
การป้องกันการกระทำผิด
การมีความรู้ในด้านระบบคอมพิวเตอร์ ถือเป็นสิ่งที่ดีหากนำสิ่งที่มีอยู่ไปใช้ในทางที่ถูกที่ควร แต่หากนำความรู้ของตนไปใช้ในทางที่ผิด ก็อาจส่งผลร้ายต่อผู้อื่น รวมทั้งตนเองด้วย ดังนั้น แนวทางในการป้องกันการกระทำผิดคือ ไม่ควรให้ผู้อื่นล่วงรู้ข้อมูลเกี่ยวกับบัญชีธนาคารของตนเอง และควรเก็บข้อมูลให้ดี มีการตรวจสอบข้อมูลในบัญชีอยู่สม่ำเสมอเพื่อป้องกันอันตรายในการเจาะข้อมูลของตนเอง และสิ่งที่ดีที่สุดในการทำธุระกรรมกับธนาคาร คือควร ไปติดต่อที่ธนาคารโดยตรง ไม่ควรติดต่อข้อมูลทางอินเตอร์เน็ตเพราะอาจทำให้ผู้อื่นสามารถเข้าถึงข้อมูลของตนเองได้ง่าย

จักรยาน HUMMER X

จักรยาน HUMMER X

สวยเท่ห์พับได้

จักรยาน HUMMER X จักรยานเสือภูเขาพับได้

ระบบเกียร์ Shimano 21 speed ดิสเบรคหน้าหลัง เฟรมรถเป็นอลูมิเนียม ล้อขนาด 26 นิ้ว

จักรยานเป็นของใหม่ครับ สินค้ามีพร้อมส่งทุกสีครับ
สินค้ามี 3 สี ขาว เหลือง เขียว (สีเขียวสินค้าหมดชั่วคราวครับ)

สนใจสินค้าโทรสอบถาม หรือ เข้ามาดูสินค้าจริงได้ครับ

ราคาค่าตัว 15,000 บาท ครับ